บททดสอบ, เปรียบเทียบ 2Ch Audio โดย www.teerawatj.com

alt

alt

Vibex D.C. FIlter V1R เครื่องกรองกระแสไฟดีซี

Vibex: D.C. Filter V1R เครื่องกรองกระแสไฟดีซี

ธีรวัฒน์ โชติสุต/ผู้ทดสอบ, JLIB_HTML_CLOAKING

 

สำหรับคุณผู้อ่านบางท่าน  ซึ่งได้มีโอกาสเข้าร่วมฟังผมสาธิตเรื่องการปรับปรุงคุณภาพเสียงด้วยระบบไฟฟ้าในงาน BAV2011ที่เพิ่งผ่านพ้นไปไม่นานนี้นั้น  คงจะเข้าใจไม่ยากในสิ่งที่ผมจะบอกจะเขียนเกี่ยวกับ Vibex:D.C. Filter V1R  แต่สำหรับคุณผู้อ่านบางท่านที่ไม่ได้มีโอกาสเข้าร่วมนั้น  ผมเองก็ไม่แน่ใจตัวเองว่าจะสื่อสารให้เข้าใจได้มากขนาดไหน  เพราะการได้ลองฟังจริงๆ  สัมผัสด้วยตนเองจริงๆ  สำหรับเรื่องพวกนี้ต้องยอมรับว่าตอบคำถามได้ดีกว่าการอ่านแน่นอน  แต่ในเมื่ออาสาจะมาทำตรงนี้แล้ว  ผมก็จะพยายามสื่อสารให้เกิดภาพและเข้าใจมากที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้  ครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง  ซึ่งผมรู้สึกว่าการเขียนบททดสอบเครื่องกรองกระแสไฟดีซี Vibex:D.C. Filter V1R  นั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก

ก่อนหน้านี้   ผมเคยพูดเสมอๆว่า ปัญหาเรื่องกระแสไฟดีซีในระบบไฟฟ้า เป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญกว่าเครื่องกรองสัญญาณรบกวนทางไฟฟ้าใดๆเสียอีก

ก่อนหน้านี้ ผมเคยพูดว่า ถ้าหากต้องซื้อเครื่องกรองสัญญาณรบกวนทางไฟฟ้า  ไม่สำคัญว่าเครื่องกรองไฟนั้นจะใช้หลักการอะไรก็ตาม  ถึงแม้ว่าเครื่องกรองไฟนั้นจะมีราคาใกล้เคียงหรือต่ำกว่าVibex :D.C. Filter V1R   และเครื่องกรองสัญญาณรบกวนทางไฟฟ้านั้นไม่มีวงจรบล็อกกระแสไฟดีซี  ยอมกดฟันเพิ่มงบเล่น Vibex:D.C. Filter V1R ดีกว่า

ก่อนหน้านี้  ผมเคยพูดว่า  หากต้องการเล่นสายไฟเอซีแพงๆ แพงกว่า Vibex:D.C. Filter V1R  การเลือกเล่น Vibex จะเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ามากกว่า  ถ้ามองกันที่ต้นทุนราคา Vibex:D.C. Filter V1R บวกราคาสายไฟเอซีอีกเส้น  เท่ากับราคาสายไฟเอซีที่ต้องการเล่นหนึ่งเส้นในระดับราคาที่ใกล้เคียงกัน  คุณภาพจากสายไฟเอซีหนึ่งเส้นย่อมไม่คุ้มเท่าเล่น Vibex:D.C. Filter V1R บวกสายไฟเอซีแน่นอน

Vibex:D.C. Filter V1R ตัวที่ได้รับมานี้ไม่ใช่ตัวแรกครับ  แต่เป็นตัวที่สองซึ่งเกือบจะไม่ได้มีโอกาสนำมาลองเล่นเช่นกัน  เนื่องจากตัวแรกที่ได้รับมาก่อนหน้านี้  มีพี่ที่ผมเคารพนับถือท่านหนึ่งอยากลองเล่นบ้าง  หลังจากผมได้บรรยายสรรพคุณเกี่ยวกับ Vibex:D.C. Filter V1R ไว้เสียเยอะ  ช่วยทำให้เพาเวอร์แอมป์ Bryston 4B-SST2 เสียงดีกว่าเดิมอย่างไร  ก็เกิดอยากลองบ้าง  ตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก  นึกว่าพี่เค้าจะยืมในระยะไม่นานเท่าไร  แต่เมื่อนำไปลองเล่นถึงขั้นไม่ยอมถอดมาคืนเดือดร้อนผมต้องรบกวนทางคุณโจ้(Sound-Box) ซึ่งเป็นผู้นำเข้ามาต้องหาตัวใหม่มาทดแทน  เห็นพิษสงเล็กๆของ Vibex:D.C. Filter V1R แล้วยังครับ

 

 

หลังจากได้รับ Vibex:D.C. Filter V1R  ทำให้ผมต้องคิดอีกมุมหนึ่ง  ซึ่งผมอาจมองข้ามไป สืบเนื่องมาจาก  ก่อนหน้านี้มีผู้อ่านท่านหนึ่งก็ได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์ได้บอกผมว่า แนวเสียงเพาเวอร์แอมป์ของ Bryston หลังจากได้อ่านบททดสอบและมีโอกาสได้ลองฟังจริงๆหลายครั้งไม่เห็นเหมือนที่ผมได้ลงรีวิวบททดสอบเอาไว้เลย  เรื่องนี้ทำให้ผมลืมคิดไปว่า มีหลายท่านที่ไม่ได้ใช่ตัว Batoq  และมีเพียง 10 กว่าท่านเท่านั้นที่มีตัว Vibex: D.C Filter V1R  ติดประจำชุดเครื่องเสียง/โฮมเธียเตอร์ของตนเอง  แต่ที่เหลือไม่มีเลย    และVibex:D.C. Filter V1R เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผมได้ยินคุณภาพเสียงดังที่ผมได้ลงไว้ในบททดสอบ ดังนั้นในอนาคตข้างหน้าระมัดระวังในเรื่องนี้มากขึ้น  หรือไม่ก็ต้องลงทุนซื้อ Vibex:D.C. Filter V1R ติดไว้ประจำห้องเสียเลย  เพราะหลังจากนี้ไป Vibex:D.C. Filter V1R คงจะอยู่ติดห้องฟังเพลงผมตลอดไปแล้วครับ

ถ้าหากคุณผู้อ่านกำลังคิดว่า  อะไรจะยกยอ Vibex:D.C. Filter V1R กันเลอเลิศขนาดนี้เลยหรือ  ผมมองว่าไม่ได้เกินเลยจากความเป็นจริงเลยครับ

หลายท่านอาจไม่ทราบว่า ผลข้างเคียงปัญหากระแสไฟดีซีได้ก่อปัญหาส่งผลกระทบต่อคุณภาพเสียงอย่างไรนั้น  ที่จริงเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างไร เพราะเท่าที่ผมทราบมา  มีหลายยี่ห้อทีเดียวนำวงจรบล็อกกระแสดีซีไว้ในภาคต้นทางเช่นกัน  อย่างเช่นเพาเวอร์แอมป์ Bryston   มีผู้เชี่ยวชาญเรื่องการออกแบบวงจรและอดีตเคยเป็นผู้จัดการฝ่ายวิจัยและออกแบบผลิตภัฑณ์บริษัทเครื่องเสียงชั้นนำได้บอกผมว่า  ในวงจรของ Bryston ก็มีวงจรนี้เช่นกัน  ไม่แน่ใจว่าเพราะเหตุนี้หรือเปล่า  ตลอดช่วงเวลาที่ได้ลองเล่นเพาเวอร์แอมป์ Bryston 4B-SST2 และปรีแอมป์ Bryston:BP26&MPS2 ผมจึงชอบเสียงเมื่อต่อตรงเข้าเต้ารับไฟฟ้าผนังบ้านมากกว่า  ยิ่งได้ลองเล่นคู่ร่วมกับ Vibex D.C.Filter V1R น้ำหนักเบสกระแทกได้หนักแน่นและลงได้ลึกดีจัง เสียงร้องหวานออดอ้อน แหลมเปิดและปลายเสียงพลิ้วระยิบระยับขึ้นมาอย่างมาก

รวมถึงอินทิเกรตแอมป์ชั้นนำบางยี่ห้อหรือจะเป็นเครื่องกรองสัญญาณรบกวนทางไฟฟ้าของไทยเราอย่างเช่น Adamas:Castle1 ซึ่งเท่าที่ผมพอทราบมาก็มีวงจรนี้เช่นกัน

ถ้าจะถามว่า กระแสไฟดีซีซึ่งไหลปะปนอยู่ในระบบไฟฟ้านั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร  เรื่องนี้เกิดด้วยกันหลายปัจจัยด้วยกัน  จากปัญหาเรื่องคุณภาพทางไฟฟ้า, จากการไม่บาลานซ์ของระบบไฟฟ้าแบบสามเฟส,เกิดจากภาคจ่ายไฟในส่วนของอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ  ปัญหาต่อมาก็คือ ถ้ามีแล้วเกิดอะไรขึ้น

ขอยกแค่ผลกระทบหลักๆแล้วกันนะครับ  อาทิเช่น  หากกระแสไฟดีซีไหลเข้าในส่วนของขวดลวดของหม้อแปลงก็จะทำให้หม้อแปลงในภาคจ่ายไฟเกิดจากอิ่มตัว ก่อให้เสียงฮัมหรือสั่นครางจากแกนหม้อแปลงได้  นับกันแค่ปัญหานี้ก็เกิดผลกระทบข้างเคียงออกมามากมายแล้วครับ  หรืออย่างคลื่นแรงดันไฟฟ้าควรจะมีรูปคลื่นที่สมมาตรกันทั้งซีกบน(+)และซีกล่าง(-)  หากมีกระแสไฟดีซีไหลมาปะปนในระบบไฟฟ้าคลื่นรูปแรงดันไฟฟ้าก็มีการยกรูปคลื่นขึ้น  จากที่ควรจะมีรูปคลื่นสมมาตรกันทั้งซีกบน(+)และซีกล่าง(-) ก็ไม่สมมาตรกัน  การแปลงแรงดันไฟฟ้าจากกระแสสลับเป็นกระแสตรงก็ไม่สมบูรณ์ตามที่ได้ออกแบบเอาไว้  และเมื่อลำโพงมีการเปลี่ยนแปลงอิมพีแดนซ์ลงต่ำๆ  แอมป์ก็ต้องจ่ายกระแสมากขึ้น  ก็จะส่งผลให้การผ่านกระแสไม่สามารถทำได้ในระยะเวลาที่ควรจะเป็น  ไดนามิกทรานเซี้ยนต์ไม่สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วว่องไว  พละกำลังเรี่ยวแรงที่ควรจะมีในการขับดันพละพลังกำลังของเบสให้ออกมาได้อย่างเต็มที่  ก็ให้ออกมาไม่ได้เหมือนกับคนหมดเรี่ยวแรง  สุดท้ายพละกำลังด้านความถี่ต่ำๆก็กลายเป็นลักษณะของเบสกะปลกกะเปลี้ยไป

ผลกระทบซึ่งส่งผลให้ทางอ้อมก็คือ  เวลาต้องการอัพเกรดชุดเครื่องเสียง/โฮมเธียเตอร์ก็จะเปลี่ยนในทิศทางที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง  สุดท้ายก็มีแต่งบจะบานปลาย  เรื่องนี้สำคัญเพราะหลายครั้งที่เรามักจะคันอยากเปลี่ยนนู่นอยากเปลี่ยนนี่  โดยเผลอลืมคิดไปว่าจริงๆแล้วเราอาจเกาไม่ถูกที่คันหรือเปล่า  Vibex:D.C. Filter V1R เปรียบเสมือนการฉีดยาแรงที่ทำให้อาการคันหายคันเป็นปลิดทิ้ง

การใช้งาน

หน้าตารูปลักษณ์ของ Vibex:D.C. Filter V1R จัดอยู่ในชีรี่ส์ V(F)  หน้าตาจะเหมือนกับสินค้า Vibex รุ่นอื่นๆ  ซึ่งสินค้าVibexทั้งหมดจะไม่มีฟิวส์,ไม่มีสวิทซ์เปิดปิดและไม่มีการใช้บอร์ด PCB  ทุกอย่างใช้การเชื่อมต่อด้วยสายทองแดงชุบเงิน  โครงสร้างประกอบด้วยชั้นอลูมิเนียมอัลลอยด์สามชั้นประกบด้วยแผ่นทองแดงเพื่อกัน EMI/RFI  และสามารถจ่ายกระแสต่อเนื่องได้ถึง 100A เพราะภายในเชื่อมต่อกันด้วยบาร์ทองแดง

IEC Inlet ใช้ของยี่ห้อ Oyaide IEC320 (โรเดียม), ส่วน IEC Socket ใช้ของยี่ห้อ Schuko ซึ่งจะมีฝาปิดเวลาไม่ใช้งาน  ลักษณะฝาแบบนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย  ข้อดีก็คือกันฝุ่นหากไม่ได้ใช้งาน  ข้อเสียที่ผมพบก็คือเวลาเสียบ IEC Plug ตัวผู้ฝาปิดมันจะค่อยๆดันให้ IEC Plug เผยอได้เช่นกันอาจจะต้องมั่นตรวจสอบดูบ่อย                ๆ

Vibex:D.C.Filter V1R ไม่ใช่อุปกรณ์พวกกรองสัญญาณรบกวนทางไฟฟ้า แต่เป็นตัวกรองกระแสไฟดีซีโดยเฉพาะ  จึงไม่มีอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากและวงจรกรองสัญญาณรบกวนทางไฟฟ้าต่างๆ  หากต้องการวงจรป้องกันอื่นๆเพิ่มเติม  ต้องใช้งานร่วมกับเครื่องกรองสัญญาณรบกวนทางไฟฟ้าอีกครั้ง  หรือจะใช้งานร่วมกับเครื่องกรองสัญญาณรบกวนทางไฟฟ้าของ Vibex เองก็ได้  อย่างเช่น Vibex:Block4  หากต้องการแค่ช่องต่อสายไฟเอซี4 ช่อง  หากต้องการประหยัดงบเล่น Vibex:VF4R ตัวเดียวเลยก็ได้เพราะมีวงจรกรองกระแสไฟดีซีในตัวเช่นกัน  แต่ความแตกต่างกันระหว่าง Vibex:D.C. Filter V1R และ Viblex :VF4R(4 output mains filter with D.C.Filtering)  ก็คือจำนวนอุปกรณ์ในส่วนของวงจรกรองกระแสไฟดีซีแตกต่างกัน  หากเป็นรุ่น V1R จะใช้คาปาซิเตอร์ 20 ตัว,ไดโอด 4 ตัว  แต่รุ่น VF4R ใช้คาปาซิเตอร์ 10 ตัวไดโอด 2 ตัว, หากเป็นรุ่น VF8R(8 output mains filter with D.C.Filtering) จะใช้คาปาซิเตอร์ 14 ตัว,ไดโอด 2 ตัว  แต่ถ้าเป็นรุ่น VFV10R ( 10 output mains filter with D.C. Filtering) จะใช้คาปาซิเตอร์ 30 ตัวและไดโอด 6 ตัวและอุปกรณ์คัดเกรดพิเศษ  จะเห็นว่า เฉพาะวงจรกรองกระแสไฟดีซีอย่างเดียว  คุณภาพของ V1R ย่อมดีกว่ารุ่น VF4R และ VF8R แน่นอน

การใช้งาน Vibex:D.C. Filter V1R สามารถใช้งานได้สามรูปแบบ

แบบที่หนึ่ง ก็คือ ใช้ Vibex:D.C.Filter V1R อย่างเดียวแล้วต่อผ่านรางเต้ารับไฟฟ้าเพื่อใช้งานกับอุปกรณ์อื่นทั้งหมด  ลักษณะแบบนี้เหมาะกับนักเล่นที่ชอบอะไรจริงจัง ไม่มีการประณีประนอม แผ่นดีไม่ดี  ซิสเต็มเป็นอย่างไรก็ให้ออกมาเช่นนั้น  ทำให้ได้ยินรับรู้ถึงประสิทธิภาพและศักยาภาพของซิสเต็มที่ใช้งานอยู่อย่างเต็มที่  โดยส่วนตัว  ผมชอบการต่อใช้งานแบบนี้มากกว่า  และหากอุปกรณ์ชุดเครื่องเสียง/โฮมเธียเตอร์มีวงจรกรองสัญญาณรบกวนทางไฟฟ้าในตัวอยู่แล้ว  แนะนำแบบนี้ดีกว่า

แบบที่สอง ก็คือ ใช้งานร่วมกับเครื่องกรองไฟอื่นๆ  อย่างเช่นผมมีตัว Vibex Block4 มาลองเล่นด้วย  ผมนำ Vibex Block4 ไปต่อพ่วงจาก V1R อีกครั้ง แนวเสียงที่ได้จะให้เสียงออกไปทางแนวสะอาด สุภาพ ไดนามิกเร้นจ์ดีกว่าเล่นVlibex Block4 เพียงอย่างเดียว แต่เรี่ยวแรงและพละกำลังความจัดจ้าน ความสด ดุดัน จะลดลงมาจากแบบแรกหน่อยหนึ่ง  ก็ขึ้นกับความชอบของแต่ละท่านว่าจะชอบอย่างไหนมากกว่ากัน

แบบที่สาม ก็คือผสมผสานระหว่างแบบที่หนึ่งและแบบที่สอง ก็คือ จาก Vibex:D.C.Filter V1R ก็ต่อเข้ารางเต้ารับไฟฟ้าขนาดสองช่อง  ช่องหนึ่งก็สำหรับต่อเพาเวอร์แอมป์หรืออินทิเกรตแอมป์ และช่องที่เหลือใช้สำหรับต่อ Vibex Block4 เพื่อต่อเข้ากับซอร์สต้นทางหรือปรีแอมป์  จะได้ความสะอาด นุ่มเนียนและดุดันเสริมเข้ามาด้วยเช่นกัน

Vibex:D.C. Filter V1R ตามเอกสารที่แนบมาแนะนำไว้ว่า  คุณภาพจะดีขึ้นเมื่อพ้นช่วงระยะเวลาการใช้งานไปแล้วประมาณ 100 ชั่วโมงขั้นไป แต่เท่าที่ผมลองเล่นมาจะอยู่ตัวเสถียรจริงๆก็เลยประมาณ 150 ชั่วโมงขึ้นไปแล้วจะดีที่สุด  ในสภาพของใหม่แกะกล่องฟังแรกๆก็ติดใจเสียมากมายแล้วครับ  แต่เมื่อพ้นเบิร์นอินไปเมื่อไร  ไม่มี Vibex:D.C. Filter V1R นี่ฟังเพลงไม่เพราะเลย

ยกคุณภาพเสียงซิสเต็มเครื่องเสียงด้วย Vibex:D.C. Filter V1R

ผมเชื่อว่า  การจะบอกว่า ซิสเต็มเครื่องเสียงให้คุณภาพเสียงสมบูรณ์ที่สุดแล้วยัง  เป็นเรื่องที่คาดคะเนยากครับ  เพราะการปรับปรุงอัพเกรดด้วยอุปกรณ์ต่างๆ สายสัญญาณ สายลำโพง สายไฟเอซี หรืออุปกรณ์เสริม  ล้วนส่งผลให้คุณภาพเสียงมีการเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง  แต่จะชอบไม่ชอบนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง  แต่เท่าที่ผมเคยลองเล่นระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์เสริมมาหลากหลายรูปแบบ  Vibex :D.C. Filter V1R คืออุปกรณ์ที่ช่วยให้คุณภาพเสียงเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นทั้งระบบ  ในเปอร์เซ็นต์มากกว่า  การเปลี่ยนสายสัญญาณ การเปลี่ยนสายลำโพง การเปลี่ยนสายไฟเอซี  การเล่นเครื่องกรองสัญญาณรบกวนทางไฟฟ้าเสียอีก  และการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงในทางที่แย่ลง แต่กลับส่งผลดีแก่ซิสเต็มเครื่องเสียงแทบทุกด้าน

ก่อนหน้านี้ เมื่อได้นำชุดปรี-เพาเวอร์แอมป์ของ Bryston:BP-26+MPPS2 และ 4B-SST2 มาลองเล่นแรกๆ  ผมมองว่าคุณภาพเสียงคู่นี้ดีมากอยู่แล้ว  แต่เมื่อได้ Batoq มาใช้งานร่วมกับชุดเพาเวอร์แอมป์ของ Bryston:4B-SST2  คุณภาพดีกว่าเดิมอีกประมาณ 20%  ณ ตอนนั้นคิดว่าเพียงเท่านี้คงจะเพียงพอแล้ว  แต่เมื่อนำเครื่องกรองกระแสไฟดีซีของ Vibex:D.C.Filter V1R เข้ามาร่วมใช้งานในช่วงท้ายๆ  โดยต่อผ่านรางเต้ารับไฟฟ้าอลูมิเนียมผ่านการไครโอเจนิกและนำเข้ามาจากประเทศสหรัฐอเมริกาโดยตรง  โดยที่เครื่องเล่นซีดี,ปรีแอมป์และเพาเวอร์แอมป์เสียบต่อผ่านรางเต้ารับไฟฟ้านี้ทั้งหมด  คุณภาพเสียงยกระดับคุณภาพสูงขึ้นมากกว่า 20% เลยทีเดียว

ย้อนเปิดเพลงที่เคยเปิดมาก่อนหน้านี้ อาทิเช่น เพลง “Way Down Deep” จากแผ่นซีดี The Hunter/JENNIFER WARNES, เพลง “guess you had to be there”,จากแผ่นซีดี breaking silence/JANIS IAN  แผ่นซีดีไซ่ฉินซึ่งเป็นแผ่น XRCD24   เพลงในแทรคที่หกชุด The Greatest Basso ของจ้าวเผิง  แผ่นซีดีชุด “chameleon”/badi assad  แผ่นซีดีชุด “Taboo”,Arthur Lyman และแผ่นซีดีชุด “The Lost World”,MICHAEL STEARNS

ความเปลี่ยนแปลงในคุณภาพเสียงที่เกิดขึ้น ช่างแตกต่างจากก่อนหน้านี้มากมายนัก  อย่างแรกเลยก็คือความกว้างและลึกของเวทีเสียง  จะรู้สึกได้ทันทีเลยครับว่า เวทีเสียงด้านกว้างฉีกออกมากยิ่งขึ้น  และเวทีเสียงลึกลงไปมากยิ่งขึ้น  รู้สึกได้ถึงตำแหน่งนักดนตรี นักร้อง ได้ง่ายยิ่งขึ้น และสนามเสียงโอบล้อมมากกว่าเดิม  รู้สึกได้ทันทีว่า ไม่มีช่องว่างใดของห้องที่จะไม่มีเสียงดนตรีแทรกลงในช่องว่างนั้นเลย  ถ้าใครอยากจะสัมผัสความรู้สึกสนามเสียงเสมือนทะลุผนังด้านหลังด้านข้างออกไปนั้น  นี่แหละลองได้เลยครับ  และเป็นเช่นนั้นจริงๆ ไม่ว่าจะเปลี่ยนจากชุดปรี-เพาวเวอร์ชุดของ Bryston ออก  หรือจะเป็นอินทิเกรตแอมป์ Rega:Mira3, CEC:Amp3300R C3 Red หรือจะเปลี่ยนนำไปเล่นคู่กับ Odyssey Audio: Khartago Extreme SE ซึ่งเล่นคู่กับปรีแอมป์ Creek:P43 เล่นในโหมดพาสซีพ  ก็ล้วนให้คุณภาพเสียงออกในทิศทางเดียวกัน

ความเปลี่ยนแปลงที่สองที่จับได้ต่อมาก็คือ พละกำลังของแต่ละโน้ตแต่ละคีย์อัดลงมากันอย่างเต็มๆ เปิดเผยให้ได้ยินรายละอียดของเสียงมากขึ้น  ไดนามิกเร้นจ์เสียงกว้างยิ่งขึ้น  ว่ากันถึงหัวโน้ตของย่านความถี่ต่ำๆ  Vibex:D.C.Filter V1R ช่วยให้หัวโน้ตของย่านความถี่ต่ำหนักแน่น และสูบฉีดเรี่ยวแรงกระแทรกหัวโน้ตได้อย่างที่ควรจะเป็น  ให้ความสมจริงสมจังสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น  จนผมรู้สึกแปลกใจอย่างมาก  เบสแน่นหนักใหญ่อย่างนี้มาจากลำโพง Quad 22L คู่เดิมๆเหรอ  และที่สำคัญก็คือการควบคุมเสียงต่างๆสามารถควบคุมได้อย่างมั่นคง  ไม่เพี้ยนเลยแม้แต่น้อย  ยิ่งเร่งความดังขึ้นไปยิ่งรับรู้ถึงความนิ่งในการควบคุมมากยิ่งขึ้นจนต้องลดโวลลุ่มของแอมป์ลงเพราะกลัวลำโพงจะพังเสียก่อน

ใครที่กำลังคิดว่าซิสเต็มตนเองเสียงเนือยๆ  เบสออกนุ่มไม่แน่น  ลองเจ้า Vibex:D.C. Filter V1R ดู  รับรองจะแปลกใจ  เหมือนที่ผมแปลกใจเสียงที่ได้จากอินทิเกรตแอมป์ Rega:Mira3 มาแล้ว

ยิ่งเปิดเพลงของ “Poem of Chinese Drums”,Yim Hok-Man ผมรู้สึกได้ว่าเสียงกลองเที่ยวนี้ใบใหญ่กว่าทุกๆครั้งที่ฟังมา เสียงหนักแน่น และให้มิติเสียงสเกลเสียงที่สมจริงสมจังมากยิ่งขึ้น หางเสียงสามารถสร้างความรู้สึกรับรู้ได้ถึงขนาดหนังกลองต่างๆได้ละเอียดชัดเจนมากยิ่งขึ้น  เสียงที่เกิดภายในตัวกลองจากกลองประเภทต่างๆก็รู้สึกได้ง่ายและชัดเจนมากๆ  เบสกระแทกได้หนักแน่นมากกว่าเดิม หัวเสียงใหญ่และหางเสียงแผ่ออกไปได้กว้างมากยิ่งขึ้น

ไม่ว่าจะฟังกี่แผ่นกี่เพลงที่ผ่านมา  เมื่อจับประเด็นในเรื่องความหนักแน่นของหัวเบส ไม่ว่าจะเป็นกลอง เบส เซลโล หัวเสียงเหมือนได้รับการสูบฉีดอัดพลังกันมาอย่างเต็มที่  จะเห็นถึงความหนักแน่นและสเกลเสียงที่สมจริงสมจัง  ฮาร์มอนิกส์ของเสียงแผ่ออกไปได้กว้างขวางและหางเสียงทอดตัวได้ยาวยิ่งขึ้น

แผ่นซีดี SARA K&CHRIS JONES ชุด LIVE IN CONCERT/Stockfisch แผ่นนี้บันทึกเสียงกันสดๆไม่มีการปรับแต่งเสียงใดๆ  เสียงกีต้าร์ เสียงร้องของ SARA K จับต้องได้ถึงความเสมือนจริงราวกับว่ามี SARA K และ CHRIS JONES มาร้องเพลงมาเล่นกีต้าร์ในห้องฟังเพลงกันเลย  เสียงกีต้าร์ให้มวลเสียงเข้มข้น เนื้อเสียงไม่บาง และไม่มีความหยาบกร้านใดๆปนออกมาแม้แต่น้อย  จะได้รับรู้ความรู้ถึงความสด ความกระจ่างชัด และบรรยากาศของคอนเสิร์ตมากยิ่งขึ้น  ถ้าผมจะบอกเพิ่มเติมว่า Vibex:D.C.Filter ช่วยดึงบรรยากาศรายรอบออกมาได้มากยิ่งขึ้นก็คงจะไม่ผิดจากความเป็นจริงในข้อนี้มากนัก  ยิ่งแผ่นอมตะขึ้นหิ้งอย่างแผ่นซีดี Jazz at the Pawnshop Vol.1  ผมรู้สึกว่า Vibex:D.C.Filter V1R ดึงบรรยากาศในคลับออกมาได้อย่างชัดเจน  รายละเอียดเสียงต่างๆแจกแจงออกมาได้มากยิ่งขึ้น มากกว่าทุกครั้งที่ได้ฟังผ่านมาเสียอีก  ในแทรคที่ 4, เพลง “Jeep’s Blues” แค่เสียงเคาะฉาบเริ่มต้นเพลงก็เล่นเอาแปลกใจ ในความใส ก้องกังวาน  ปลายเสียงที่ค่อยๆแผ่ออกไป  เสียงเปียโนก็ให้ลักษณะเสียงที่เต็มไปด้วยรายละเอียด  รายละเอียดที่ว่านี้ผมหมายถึงเสียงเชิงอะคูสติกที่เกิดจากการกดคีย์เปียโนแล้วกระเดื่องไปกระแทรกเส้นก่อให้เกิดโน้ตเสียง เสียงเบส เสียงจาก Alto Saxophone ให้ความต่อเนื่องกันดีจริงๆ  ยิ่งเป็นเสียงจากเครื่องดนตรี Vibes ให้เสียงใสและก้องกังวานดีมาก  เป็นความใสที่บริสุทธิ์ เหมือนม่านหมอกที่เคยปกคลุมให้เสียงออกมาหนาสักนิด ส่งผลให้เสียงที่ฟังดูไม่เหมือนเสียงที่เกิดจากการเคาะเครื่องดนตรีพวก Vibes มากมายนักนั้นหายไปอย่างสิ้นเชิง

Vibex:D.C.Filter V1R ช่วยคลายความอึดอัดในสนามเสียง เวทีเสียง เพราะมันขยายเสียงออกไปได้อย่างกว้างขวางและลึก  ให้ความสมจริงสมจังมากยิ่งขึ้น  ฮาร์มอนิกส์ของเสียงแผ่ออกได้อย่างกว้างขวางสมบูรณ์  รายละเอียดเสียงแจกแจงออกมาได้อย่างหมดจดเด็ดขาด  ก็คือไม่ว่าจะเป็นเสียงเล็กเสียงน้อยอะไร ก็แจกแจงออกมาได้อย่างหมดจด  ไดนามิกทรานเซี้ยนต์ให้อย่างอย่างรวดเร็วฉับไว

ถ้าจะถามว่า เสียงแตกต่างจากการเล่น Vibex:Block4 อย่างไรบ้าง  แตกต่างกันพอควรเลยครับ

Vibex:Block4 เปรียบเสมือนด้านที่เย็นสว่างพอประมาณแต่ Vibex:D.C.Filter V1R เหมือนด้านเย็นมุ่งหาด้านสว่าง

ฟังแรก Vibex:Block4 จะให้เสียงออกไปในโทนอบอุ่น  เสียงกลมกลืน,อวบอิ่มและให้ความเป็นตัวตนของเสียงออกได้ดี  เบสต้นนุ่มแน่น ให้เสียงใหญ่  เสียงสะอาด ให้รายละเอียดของเสียงต่างๆออกมาได้อย่างชัดเจน และให้ความเป็นตัวตนของเสียงได้อย่างโดดเด่น  เนื้อเสียงไม่หยาบ แหลมเปิดและให้ปลายเสียงที่พลิ้วกังวานออกมาค่อนข้างดี  แต่เมื่อเปรียบเทียบกันทุกจุดทุกรายละเอียดแล้ว  แนวเสียงที่แตกต่างกันจาก Vibex:D.C.Filter V1Rก็คือ

เริ่มต้นด้วยเสียงร้องก่อนแล้วกันครับ  เสียงร้องของเซลีน่า โจนส์,บัลลาดวิธเลิฟ(24-Bit 100kHz Mastering 99.9999% Silver Disc)  ฟังเนื้อเสียงร้องจะออกไปโทนนุ่มใส  เนื้อเสียงเหมือนจะเป็นฐานรองรับตัวเสียงร้องอยู่ ทำให้เสียงร้องฟังดูอบอุ่น  เร้นจ์เสียงร้องกว้างขวางพอประมาณ  แต่เมื่อสลับเปลี่ยนไปต่อผ่าน Vibex:D.C. Filter V1R เร้นจ์เสียงร้องของเซลีน่า โจนส์จะกว้างขึ้น  เสียงร้องใสมีลีลาออดอ้อนมากยิ่งขึ้น  ความต่อเนื่องจะให้ออกมาต่อเนื่องมากว่า  ฟังดูเนื้อเสียงจะบางกว่าเมื่อครั้งต่อผ่าน Vibex:Block4  แต่เมื่อเปรียบเทียบกันทั้งหมดแล้ว  ไม่ได้บางกว่าแต่เสียงใสเปิดกว้างมากกว่าต่างหาก  จึงฟังดูเสมือนว่าเนื้อเสียงอิ่มน้อยกว่า  ถ้าจะถามว่าอย่างไหนดีกว่ากัน  ก็ขึ้นอยู่กับว่าชอบอย่างไหน หากต้องการเสียงสุภาพ สะอาด สงัดก็ต้องเล่น Vibex Block4  แต่หากต้องการให้เสียงสด เปิดกระจ่าง สมจริงสมจังก็ต้องเล่น Vibex:D.C. Filter V1R ครับ

ยิ่งในเรื่องความกว้างของเวทีเสียงทั้งด้านกว้างและลึก  พละกำลังของเบส และรายละเอียดเสียง รวมถึงหางเสียงพลิ้วหวานระยิบระยับแล้ว  Vibex:D.C. Filter V1R ดีกว่า Vibex:Block4 อย่างรู้สึกได้ชัด

ถ้าจะเล่นแบบสองอย่างผสมกันจะได้ไหม  ได้ครับ  แบบแรกก็คือ นำสายไฟเอซีของ Vibex:Block4 ไปต่อจาก Vibex:D.C. Filter V1R ก่อน  การต่อแบบนี้ จะได้ลักษณะของเสียงของ Vibex:Block4 ออกมาเช่นเดิม  แต่ปลายเสียงเปิดให้ไดนามิกเร้นจ์ของเสียงกว้างมากขึ้น  หัวเสียงเบสคมแน่นมากขึ้นกว่า แต่ยังให้โทนเสียงฟังดูอบอุ่นเพราะยังมีอิทธิพลของ Vibex:Block4 ยังมีอยู่เกือบ 70%  เสียงจึงยังฟังดูสุภาพ และสงัดเพิ่มมากขึ้น

แต่ถ้าเล่นใช้งานอีกแบบหนึ่งก็คือ ก็คือนำรางเต้ารับไฟฟ้ามาต่อใช้งานจาก Vibex:D.C.Filter V1R ก่อน แล้วนำเพาเวอร์แอมป์หรืออินทิเกรตแอมป์ต่อตรงจากรางเต้ารับไฟฟ้านี้  ส่วนที่ช่องเต้ารับไฟฟ้าที่เหลือก็นำสายไฟเอซีของ Vibex:Block4 มาต่อ แล้วอุปกรณ์พวกซอร์สต้นทางต่างๆหรือปรีแอมป์ก็ต้องผ่าน Vibex:Block4  ก็จะได้ความสดเปิด สุขุม สุภาพ อบอุ่นในโทนเสียงย่านความถี่กลาง-สูง แต่ได้ความสมจริงสมจริงของความถี่เสียงกลาง-ต่ำและปลายเสียงตอนบนที่เปิดมากขึ้นกว่าเดิม  แต่เนื้อเสียงที่อวบอิ่มจะเพิ่มความใสสว่างมากขึ้น  ลีลาออดอ้อนเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

Vibex:D.C. Filter V1R อุปกรณ์เสริมควรมีทุกห้องทุกซิสเต็ม

ต้องยอมรับถึงความยอดเยี่ยมของ Vibex:D.C.Filter V1R นั้นมีมากจริงๆครับ  อาจจะดูว่าแพงในส่วนแรก  แต่เมื่อได้นำมาลองถือว่าคุ้มค่ามากๆ  เพราะอย่างน้อยก็ช่วยให้เราไม่ต้องมองถึงการอัพเกรดด้วยสายไฟเอซีแพงๆ สายลำโพงแพงๆ หรือสายนำสัญญาณแพงๆ ในระยะเวลาอันสั้น  แต่หากมีโอกาสเปลี่ยนอุปกรณ์เหล่านี้ให้มีคุณภาพมาก  ก็ยิ่งจะส่งผลให้คุณภาพเสียงดีขึ้นไปอีก

Vibex ดูจะใส่ใจกับผู้เล่นมากๆ เพราะในกล่องจะมีไขควงเช็คไฟมาให้ด้วย  อันนี้และที่ทำให้ผมรู้สึกประทับใจมากๆ

สิ่งผมอยากแนะนำมากที่สุดในขณะนี้ก็คือ นี่คืออุปกรณ์เสริมสำหรับทุกซิสเต็มทุกห้องทุกชุดควรจะมี  และไม่มีข้อยกเว้นสำหรับผมเช่นกันครับ.../

 

นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย

Sound Box, www.soundboxthai.com

โทรศัพท์ 02 933-3186

ราคาจัดจำหน่าย 55,000 บาท

 

 

ซิสเต็มที่ใช้ทดสอบร่วม

เครื่องเล่นซีดี :Rega Apollo(เปลี่ยนฟิวส์ C3:Noir (ตัวต้นแบบ))

อินทิเกรตแอมป์ :CEC:AMP3300R C3 RED(Full Upgraded),Rega:Mira3

ปรีแอมป์: Bryston-BP26/MPS2, Creek:P43

เพาเวอร์แอมป์: Bryston:4B-SST2, Odyssey Audio: Khartago-Extreme SE

ลำโพง: Quad22L

สายลำโพง:Audioquest: Indigo, JPS Labs:Superconductor+

สายนำสัญญาณ: Monitor Cable:NF-202

สายไฟเอซี : C3:XOTIQ , และสายไฟเอซีที่ทำเองทั้งหมดอีก 5 เส้น

เต้ารับไฟฟ้า JPS Labs Duplex, PS Audio Power Port Premier

สายไฟเมน JPS Labs In Wall , Kabeltec

joomla template 1.6