ผู้เขียน หัวข้อ: คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น  (อ่าน 2493 ครั้ง)

ออฟไลน์ J.Teerawat

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6675
    • ดูรายละเอียด
คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น
« เมื่อ: 9 มีนาคม 2012, เวลา 06:54:09 น. »
วันพรุ่งนี้ผมกับแฟนจะไปเรียนรำมวยเส้นหลินซึ่งจะมีด้วยกัน 3  รูปแบบคือ เพลงมวยปาต่วนจิง(คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น),
เพลงมวยอี้จินจิง( คัมภีร์เปลี่ยนกล้ามเนื้อ) และ เพลงมวยสี่สุ่ยจิง(คัมภีร์ล้างไขกระดูก)

ส่วนลูกจะไปเรียนมวยเส้นหลินสำหรับเด็ก

วันเส้าหลินหลายท่านหากศึกษาก็จะพบว่าพระอาจารย์ตั๊กม้อ  หากใครได้ศึกษาต่อก็จะทราบว่าพระอาจารย์ตั๊กม้อเป็นพระมาจากอินเดีย
และที่ต้องการเดินทางไปประเทศจีนก็เพราะต้องการเผยแพร่พระพุทธศาสนา
ตั๊กม้อมหาโพธิธรรมแห่งเซน มีคำสอนออกมามากมาย
หนึ่งในหลายๆคำสอนที่ผมชื่นชอบอาทิเช่น
 "ถ้าท่านยังไม่เห็นตนเอง  ย่อมวนเวียนสอดส่ายหาแต่สิ่งภายนอกตัวอยู่เรื่อยไป  เพราะสัจธรรมมีอยู่ในคนทุกคนไม่มีความจำเป็นต้องค้นหาอีก
แต่การเข้าถึงปัญญาเช่นนั้นได้  ท่านตำเป็นต้องใช้ความเพียรพยายาม เพื่อให้ตนเองเข้าใจตนเอง"

หรือ " เมื่อใดมีปัญหาตัวเราย่อมเป็นผู้ควบคุมสิ่งแวดล้อม เมื่อใดขาดปัญญา สิ่งแวดล้อมจะกลับมาบงการชีวิตเรา"

เอาล่ะ เพลงมวยเส้าหลิน ซึ่งเป็นเพลงรำมวยช้า เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้เรามีจิตใจที่นิ่งและมีสติมากขึ้นครับ


คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น
คัมภีร์กังฟูโบราณของเส้าหลินคัมภีร์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของวัดเส้าหลินคือ "คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น" (จีนตัวเต็ม: 易筋經; พินอิน: Yì Jīn Jīng) ซึ่งเป็นคัมภีร์โบราณที่ตั๊กม้อใช้
สำหรับฝึกสอนกังฟูและกระบวนท่าวิทยายุทธต่าง ๆ ให้แก่หลวงจีนวัดเส้าหลิน มีอายุกว่า 1,400 ปี[47] มีต้นกำเนิดจากประเทศอินเดีย แปลจากภาษาบาลีเป็นภาษาจีนใน
สมัยของพระเจ้าถังไท่จง ใช้สำหรับยืดหยุ่นและผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น รวมทั้งล้างพิษไขกระดูกของร่างกาย โดยคำว่าเปลี่ยนเส้นเอ็นนั้น ไม่ได้หมายความถึงการผ่า
ตัดเพื่อเปลี่ยนเส้นเอ็นดังชื่อของคัมภีร์ แต่เป็นการปรับเปลี่ยนและแก้ไขสภาพของเส้นเอ็น ด้วยการแกว่งแขวนและเคลื่อนไหวไปมา เพื่อให้เลือดลมภายในร่างกายไหลเวียนไดอย่างสะดวก[48]

รายละเอียดของคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น แบ่งออกเป็น 2 กระบวนท่าคือ "กระบวนท่ายืน" และ "กระบวนท่านั่ง" กระบวนท่าละ 12 กระบวนท่า[49] เป็นการฝึกร่างกายโดยใช้
สติเป็นจุดควบคุมร่างกาย เพื่อให้เคลื่อนไหวร่างกายอย่างช้า ๆ นุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยความแข็งแรง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการบริการร่างกาย ควบคุมลมหายใจอย่างช้า
ๆ และแผ่วเบา โดยท่ายืนจะเป็นการบริหารจากภายนอกร่างกาย เพื่อช่วยรักษาให้อวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายแข็งแรง และท่านั่งจะเป็นการบริหารโดยเน้นการใช้ลม
ปราณในการสูบฉีดเลือดให้ไหลเวียนทั่วทั้งร่างกาย สามารถรักษาอวัยวะภายในให้แข็งแรงได้เช่นกัน


การเดินทางของพลังในการเคลื่อนไหวร่างกาย ฝ่ามือและฝ่าเท้า จะช่วยให้เกิดการไหลเวียนของพลังลมปราณไปสู่อวัยวะภายในอย่างเป็นระบบ ผู้ที่ฝึกฝนพลังลมปราณจะ
สามารถใช้จิตในการฝึกเป็นสมาธิในการควบคุมร่างกาย กระตุ้นให้เลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงตามจุดต่าง ๆ ตามแต่ต้องการได้อย่างน่าประหลาด การฝึกคัมภีร์เปลี่ยนเส้น
เอ็นของตั๊กม้อ จึงเป็นการฝึกให้ร่างกายแข็งแรงไปพร้อมกับการฝึกจิต เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังลมปราณได้อย่างเต็มที่ ชะลอการเสื่อมโทรมของร่างกาย ซึ่งผลของการฝึก
คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ฝึกเป็นหลัก


ปัจจุบันคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นที่เก่าแก่และมีค่าของวัดเส้าหลิน ได้ถูกนำมาตีพิมพ์ในรูปแบบของหนังสือและวีซีดี วางจำหน่ายในเมืองปักกิ่งและเมืองเซี่ยงไฮ้ เพื่อเป็นการแนะนำ
ให้ชาวจีนที่นิยมรักและดูแลเอาใจใส่ในเรื่องของสุขภาพ ได้ศึกษาการควบคุมลมหายใจ การเคลื่อนไหวร่างกายและพลังลมปราณ ซึ่งเป็นการ



ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้จาก http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=club&date=17-10-2008&group=2&gblog=50
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 9 มีนาคม 2012, เวลา 07:02:52 น. โดย J.Teerawat »
AIA Representative: ได้โค้ดตัวแทนประกัน AIA แล้ว
Securities Investment Consultant : สอบผ่านหลักสูตรเรียบร้อยแล้ว
CFP ( Certified Financial Planner) :รอคอยหาเวลาเรียนและอบรมหลักสูตรเพื่อเตรียมสอบขอใบประกอบวิชาชีพต่อไป

วิชาชีพมีอยู่มากมาย ขึ้นอยู่กับการไขว่คว้าและเรียนรู้ รู้อะไรก็ต้องรู้ให้มันจริงเพื่อจะได้เข้าใจและนำไปพัฒนาได้

ออฟไลน์ boygunner

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 682
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 9 มีนาคม 2012, เวลา 07:36:12 น. »
อยากเรียนบ้างจังครับ วิชาเส้าหลินเนี่ย ผมเป็นคนชอบหนังจีนกำลังภายใน อาจารย์ตั๊กม้อเป็นหนึ่งในจอมยุทธ
ที่ชอบ อีกคนที่ชอบคือ อาจารย์เตียซำฮง (อีกชื่อของท่านคือจางฟานฟง) ผู้ก่อตั้งสำนักบู๊ตึ่ง ผู้บัญญัติวิชา
ไท๊เก็ก ซึ่งพื้นฐานวิชาของบู๊ตึ่งก็มาจากเส้าหลิน เพราะท่านเคยเป็นศิษเส้าหลินมาก่อน แต่ตอนที่อยู่เส้าหลิน
ใช้ชื่อเตียกุนป้อไม่เคยได้เรียนวิชากังฟูเหมือนศิษคนอื่น อยู่กับอาจารย์กั๊กเอี้ยงซึ่งดูแลหอคัมภีร์ของเส้าหลินอยู่
ซึ่งอาจารย์กั๊กเอี้ยงก้ไม่มีวรยุทธเช่นกันแต่พอดีได้ไปเจอคัมภีร์เก้าเอี้ยงสุดยอดวิชา ที่ถูกซุกซ่อนอยู่ในหอคัมภีร์
คิดว่าเป็นคัมภีร์ซึงใช้ฝึกเพื่อสุขภาพจึงได้ฝึก ซึ่งท่านก็ได้ฝึกวิชาเปลี่ยนเส้นเอ็นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในคัมภีร์นี้
ด้วย ภายหลังได้ถ่ายทอดให้เตียกุุนป้อโดยไม่รู้ว่าเป็นสุดยอดวิชา ต่ิอมาเส้าหลินมีภัยถูก สามวิเศษเขาคุนลุ้น
บุกรุกด้วยเรื่องเข้าใจผิด ทำให้อาจารย์กั๊กเอี้ยงต้องตาย เตียกุ้นป้อก็หนีไปพร้อมกับคัมภีร์เก้าเอี้ยง ต่อมาคัมภีร์
เก้าเอี้ยงถูกแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งอยู่ที่เตียกุนป้อ อีกส่วนอยู่ที่ก้วยเซียง ลูกสาวของก้วยเจ้ง ซึ่งต่อมาได้
ก่อตั้งสำนักง่อไบ้ขึ้น ส่วนเตียกุนป้อก็ได้ก่อตั้งสำนักบู๊ตึ้งขึ้นแล้วเปลี่ยนตัวเองเป็นเตียซำฮง และได้คิดค้นวิชา
ขึ้นมากมาย หนึ่งในนั้นคือไท๊เก็ก ที่ยังดำรงมาอยู่ทุกวันนี้ เรื่องราวนี้อยู่ในเรื่องดาบมังกรหยกซึ่งเป็นภาคที่สาม
ของมังกรหยก ส่วนหนึ่งของเรื่องราวนี้ก็มีในประวัติศาสตร์จริงๆ อาจารย์เตียซำฮงก็มีตัวตนจริงๆ ในประวัติศาสตร์ของจีน

ดีใจครับที่พี่ก้อยจะได้ฝึกสุดยอดวิชา สมัยก่อนตนเรียนมหาลัยผมชอบไท้เก๊กมาก ก็ไปซื้อหนังสือมาฝึก
ลองฝึกแล้วให้ผลดี เพราะมีการฝึกเรื่องการกำหนดลมหายใจเหมือนกับการนั่งสมาธิเลยครับ แต่พอเรียน
จบก็ไม่ได้ฝึกต่อเพราะทำงานดึกตื่นเช้าเลยเลิกไป เห็นพี่ก้อยไปเรียนกังฟูอย่างนี้ อยากไปขุดไท๊เก็กมาเรียน
ด้วยเหมือนกันนะครับนี่    ;D ;D ;D



ออฟไลน์ J.Teerawat

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6675
    • ดูรายละเอียด
Re: คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 9 มีนาคม 2012, เวลา 08:26:20 น. »
ไม่ใช่อะไรหรอกครับ บอย  พอดีพออายุมากขึ้นลมปราณก็พร่อง ก็จะเป็นที่มาของการป่วยไข้ต่างๆ
จริงๆลมปราณอยากฝึกมานานแล้ว ทุกวันนี้ที่ทำอยู่ก็เพียงแต่นั่งสมาธิซึ่งก็ช่วยเรื่องการหายใจได้ลึกมากขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอ
ไท่เก็กที่บอยเรียนก็อยากเรียนมานานเช่นกัน

ตอนแรกว่าจะดูจากวีดีโอแล้วลองทำตาม
แต่พอวันก่อนพาลูกไปสมัครเรียนมวยเส้าหลิน คือเจ้าตัวเล็กอยากเรียน หลังจากเรียนเทควนโด้ไปแล้ว
ก็ไปคุยเหล่าซือว่า ผู้ใหญ่หากจะเรียนบ้างจะเรียนอะไร เหล่าซือก็บอกว่าเรียนพวกรำมวยช้า ซึ่งก็เป็นการเสริมเรื่องลมปราณ
และวิชาพวกนี้ก็เป็นพื้นฐานวิชาที่สำคัญก็บอกเหล่าซือว่า นั้นเรียนเลย ต่อเดือน 1700 บาท เปรียบเทียบกับค่ายา ค่าสูญเสียโอกาสในการ
ดำเนินชีวิต ค่าหงุดหงิด ค่าอะไรหลายๆอย่างเวลาเจ็บไข้ไม่สบาย ผมถือว่า 1700 บาทต่อเดือน คุ้มค่าครับก็เลยสมัครเรียนเลย

***********************************************************************************************
เรื่องมวยไท่เก็ก


เคล็ดวิชาลมปราณอมตะหรือฉันซือจิ้งคือ   

--------------------------------------------------------------------------------
เคล็ดวิชาลมปราณอมตะหรือฉันซือจิ้งคือวิชาพลังรังไหมของมวยไท่เก็ก

ผู้คิดค้นคือ จางฟานฟงแห่งสำนักบู๊ตึ๊ง

(นี่เป็นการนำเสนอเคล็ดวิชาเท่านั้น ถ้าต้องการเรียนให้ลึกซึ้งจริงๆต้องเสาะหาอาจารย์เก่งๆมาสอน)

1. ฮือเล้งเตงแก่ (ซวีหลิงติ่งจิ้ง)คือ ศรีษะตั้งตรงจิตแล่นขึ้นบนกระหม่อม อย่าใช้กำลัง ถ้าใช้กำลังคอ
จะเกร็งแข็ง เลือดลมจะเดินไม่สะดวก ต้องใช้จิตที่เบาและคล่อง ถ้าไม่มีฮือเล้งเตงแก่ ย่อมไม่สามารถ
ยกจิตให้มีสติได้

2. ห่ำเฮงปวกป่วย (หันเซียงป๋าเป้ย)ห่ำเฮง คือ การผ่อนคลายกล้ามเนื้อหน้าอก ทำให้ขี่ (ชี่)จมลงสู่ตังชั้ง
(ตันเถียน) ห้ามการเบ่งอก เบ่งอกทำให้ขี่กักอยู่บริเวณหน้าอกมีผลให้ร่างกายส่วนบนหนักส่วนล่างเบา
เมื่อยกเท้าขึ้นเตะร่างกายก็เบาลอย ปวกป่วย คือ การที่ขี่แล่นแนบติดกระดูกสันหลัง ถ้าสามารถทำห่ำ
เฮงได้ก็จะทำปวกป่วยได้โดยอัตโนมัติ สามารถปวกป่วยได้ก็จะสามารถส่งพลังออกจากหลังได้ทำให้
ไร้คู่ต่อสู้

3. ซงเอีย (ซงเอียว)คือการผ่อนคลายเอว เอวเป็นส่วนที่ควบคุมร่างกายเป็นอันดับแรก สามารถผ่อนคลาย
เอวภายหลังสองขาจึงจะมีกำลัง รากฐานมั่นคง ฮือซิก(ว่างและเต็ม)รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงอาศัยเอวเป็น
ตัวจักรสำคัญ ดั่งคำว่า“จิตสั่งงานเริ่มต้นที่เอว” มีส่วนใดของร่างกายไม่ถูกต้องให้ปรับที่เอวและขาก่อน

4. ฮุงฮือซิก (เฟินซวีสือ)คือการแบ่งเต็มและว่าง ซึ่งเป็นหลักใหญ่อันดับแรกของมวยไท่เก๊ก ตัวอย่างเช่น
หากน้ำหนักของร่างกายทั้งหมดอยู่บนขาขวา เช่นนั้น ขาขวาคือเต็ม ขาซ้ายคือว่าง น้ำหนักของร่างกาย
ทั้งหมดอยู่บนขาซ้าย เช่นนั้นแล้วขาซ้ายคือเต็มขาขวาคือว่าง เมื่อสามารถแบ่งเต็มและว่าง เมื่อนั้นการ
เคลื่อนไหวและการหมุนตัวย่อมคล่องแคล่วไม่ต้องเสียกำลังแม้แต่น้อย ถ้าไม่สามารถแบ่งแยกได้ เมื่อ
นั้นการก้าวเท้าก็จะหนักและฝืด ยืนไม่มั่นคงง่ายต่อการถูกผู้อื่นทำให้เซได้

5. ติ่มโกยตุ่ยอิ้ว (เฉินเจียนจุ้ยโจ่ว)ติ่มโกย คือ การลดและผ่อนคลายบริเวณหัวไหล่ หากไม่สามารถผ่อน
คลายได้ สองไหล่ก็จะยกขึ้น เมื่อนั้นขี่ก็จะแล่นตามขึ้นข้างบน ทั้งร่างกายจะไม่มีพลัง ตุ่ยอิ้ว คือ การ
ผ่อนคลายข้อศอกและให้ปลายข้อศอกคล้ายกับมีน้ำหนักถ่วงลงพื้น หากศอกยกขึ้นก็จะทำให้ไม่สามารถ
ลดหัวไหล่ลงได้ ไม่สามารถตีคนให้กระเด็นออกไปไกลได้

6. เอ่งอี่ปุกเอ่งลัก (ย่งอี้ปู๋ย่งลี่)คือ การใช้จิตมาสั่งการเคลื่อนไหวของร่างกายไม่ใช้กำลังมาเคลื่อนไหว ใน
คัมภีร์ไท่เก๊ก มีตอนหนึ่งกล่าวว่า“ทั้งหมดนี้ คือ ใช้จิตไม่ใช้กำลัง”การฝึกมวยไท่เก๊ก ต้องผ่อนคลายทั้ง
ร่างกาย ไม่ใช้กำลัง (ที่กระด้าง)แม้แต่น้อยนิด ซึ่งจะขัดขวางการเดินของเลือดลม ถ้าสามารถไม่ใช้กำลัง
ได้เมื่อฝึกนานวันเข้าก็จะบรรลุถึความเบาคล่องสามารถหมุนและเปลี่ยนแปลงได้ดั่งใจต้องการ มีคำถาม
ว่าหากไม่ใช้กำลังไฉนพลัง(ภายใน)จะก่อเกิดได้ คำตอบคือ ในร่างกายของคนเรามีเส้นลมปราณอยู่ทั้ง
ร่าง เฉกเช่นสายน้ำ สายน้ำไม่ถูกอุดตันน้ำย่อมไหลไปได้ ฉันนั้นเมื่อร่างกายกล้ามเนื้อแข็งเกร็งขึ้นย่อม
ไปบีบรัดเส้นลมปราณทำให้เลือดลมไหวเวียนไม่คล่อง การเคลื่อนไหวย่อมไม่คล่องไปด้วย ถูกดึงแม้
เพียงเส้นผมย่อมกระเทือนไปทั่วร่าง แต่หากว่าใช้จิตไม่ใช้กำลัง จิตถึงที่ใดลมปราณย่อมถึงที่นั้นด้วยถ้า
เป็นเช่นนี้แล้วเมื่อฝึกทุกวันลมปราณเคลื่อนไปทั่วร่างกายไม่มีหยุดไหล ฝึก นานวันเข้าย่อมบรรลุถึง
กำลังภายในอันแท้จริง ดั่งคัมภีร์มวยไท่เก๊กกล่าวไว้ว่า“อ่อนหยุ่นถึงที่สุด ภายหลัง(ย่อม)แข็งแกร่งถึงที่
สุด”ผู้ที่ฝึกมวยไท่เก๊กจนบรรลุฝีมือแล้ว แขนคล้ายดังปุยนุ่นที่หุ้มเหล็กไว้ภายในและมีน้ำหนักมาก ผู้ที่
ฝึกฝนมวยภายนอก เมื่อใช้กำลังย่อมปรากฎกำลังออกมาแต่ยามไม่ได้ใช้กำลังจะเบาลอยอย่างมาก
สามารถเห็นกำลังนั้นเป็นกำลังที่อยู่ภายนอกอย่างชัดเจนไม่ใช้จิตแต่ใช้กำลังง่ายต่อการถูกชักนำให้
เคลื่อน

7. เจี้ยแอ๋เซียงซุ้ย (ซ่างเซี่ยเซียงสุย)หมายถึง ส่วนบน(ของร่างกาย)และส่วนล่างเคลื่อนตามกัน คัมภีร์มวย
ไท่เก๊กกล่าวว่า“รากนั้นอยู่ที่เท้า เคลื่อน(พลัง)จากขา ควบคุมด้วยเอว รูปลักษณ์ที่นิ้วมือจากเท้าไปยังขา
สู่เอวทั้งหมดนี้ต้องสมบูรณ์ด้วยพลังเดียว(กัน)“มือเคลื่อน ,เอวเคลื่อน ,ขาเคลื่อน สายตามองตามการ
เคลื่อนไหว เรียกว่า เจี้ยแอ๋เซียงซุ้ย มีส่วนใดไม่เคลื่อนย่อมสับสนไม่เป็นระเบียบ

8. ไหล่หงั่วเซียงฮะ (เน่ยไห้วเซียงเหอ)หมายถึงภายในและภายนอกสัมพันธ์กัน มวยไท่เก๊กเน้นที่การฝึกจิต
และสติ ดังคำกล่าว“สติคือแม่ทัพ ร่างกายคือทหาร”สามารถยกสติให้ตั้งอยู่ได้ การเคลื่อนไหวย่อมเบา
คล่องเป็นธรรมชาติ ท่วงท่าไม่ทิ้ง(หลัก)เต็มว่างและแยกรวม(ไคฮะ)ไค (แยก)นั้นไม่เพียงแต่มือเท้าเปิด
จิตก็ต้องเปิดด้วย ฮะ(รวม)ไม่เพียงมือเท้ารวม จิตก็ยังต้องรวมด้วย

9. เซียงเลี้ยงปุกต๋วง (เซียงเหลียนปู๋ต้วน)คือการต่อเนื่องไม่ขาดสาย วิชาของมวยภายนอก พลังนั้นเป็นพลัง
หลังฟ้าที่กระด้าง คือมีขึ้นมีหยุด มีขาดมีต่อ แรงเก่าหมดไปแล้วแรงใหม่ยังไม่ก่อเกิด ในขณะนั้นเป็นการ
ง่ายอย่างมากต่อผู้อื่นที่จะเข้ากระทำ มวยไท่เก๊กใช้จิตไม่ใช้กำลัง ตั้งแต่ต้นจนจบต่อเนื่องไม่ขาดสายวน
ครบรอบก็ขึ้นต้นใหม่หมุนวนไม่รู้จบ คัมภีร์กล่าวว่า “ดุจดั่งแม่น้ำสายใหญ่ไหลไม่มีวันหมด “

10. ต๋งตังขิ่วแจ๋ (ต้งจงฉิวจิ้ง)คือความสงบในความเคลื่อนไหว วิชามวยภายนอก เวลาฝึกฝนเมื่อใช้พลังเต็ม
ที่กระโดดโลดเต้นหลังฝึกฝนเสร็จย่อมเกิดอาการเหนื่อยหอบ มวยไท่เก๊กสงบในความเคลื่อนไหว แม้ว่า
เคลื่อนไหวแต่ว่าสงบ ดังนั้นการฝึกจึงยิ่งช้ายิ่งดี ช้าทำให้ลมหายใจยาวลึกขี่จมสู่ตังซั้ง
AIA Representative: ได้โค้ดตัวแทนประกัน AIA แล้ว
Securities Investment Consultant : สอบผ่านหลักสูตรเรียบร้อยแล้ว
CFP ( Certified Financial Planner) :รอคอยหาเวลาเรียนและอบรมหลักสูตรเพื่อเตรียมสอบขอใบประกอบวิชาชีพต่อไป

วิชาชีพมีอยู่มากมาย ขึ้นอยู่กับการไขว่คว้าและเรียนรู้ รู้อะไรก็ต้องรู้ให้มันจริงเพื่อจะได้เข้าใจและนำไปพัฒนาได้

ออฟไลน์ เล่งฮู้ชง(令狐冲)

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1419
    • ดูรายละเอียด
Re: คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 9 มีนาคม 2012, เวลา 10:17:07 น. »


มีสอนที่ไหนบ้างครับ...อยากไปเรียนบ้างครับ


ออฟไลน์ J.Teerawat

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6675
    • ดูรายละเอียด
Re: คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 9 มีนาคม 2012, เวลา 11:13:37 น. »


มีสอนที่ไหนบ้างครับ...อยากไปเรียนบ้างครับ



ถ้าเป็นของสำนักเส้าหลินเลยจะมีสามที่ครับ คือ สาขาศรีนครินทร์-หลังห้างพาราไดซ์, สาขาอิมพีเรียลลาดพร้าวและ สาขาอัมรินทร์ พลาซ่า

เพื่อนแฟนผมหลายคนก็สนใจมาเรียนเช่นกันครับ แต่พอแฟนผมถามจะไปเรียนด้วยกันหรือเปล่า บอกไม่เอา จะให้แฟนผมสอนให้แทน... ??? ::)
AIA Representative: ได้โค้ดตัวแทนประกัน AIA แล้ว
Securities Investment Consultant : สอบผ่านหลักสูตรเรียบร้อยแล้ว
CFP ( Certified Financial Planner) :รอคอยหาเวลาเรียนและอบรมหลักสูตรเพื่อเตรียมสอบขอใบประกอบวิชาชีพต่อไป

วิชาชีพมีอยู่มากมาย ขึ้นอยู่กับการไขว่คว้าและเรียนรู้ รู้อะไรก็ต้องรู้ให้มันจริงเพื่อจะได้เข้าใจและนำไปพัฒนาได้

ออฟไลน์ เล่งฮู้ชง(令狐冲)

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1419
    • ดูรายละเอียด
Re: คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 9 มีนาคม 2012, เวลา 19:35:18 น. »


มีสอนที่ไหนบ้างครับ...อยากไปเรียนบ้างครับ



ถ้าเป็นของสำนักเส้าหลินเลยจะมีสามที่ครับ คือ สาขาศรีนครินทร์-หลังห้างพาราไดซ์, สาขาอิมพีเรียลลาดพร้าวและ สาขาอัมรินทร์ พลาซ่า

เพื่อนแฟนผมหลายคนก็สนใจมาเรียนเช่นกันครับ แต่พอแฟนผมถามจะไปเรียนด้วยกันหรือเปล่า บอกไม่เอา จะให้แฟนผมสอนให้แทน... ??? ::)

ไกลบ้านผมทั้ง 3 ที่เลยครับ